![]() |
| จระเข้มักเกอร์ นอนอาบแดดอยู่ในบ่อเลี้ยงของวิหาร |
Ads by Adyim
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ animals แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ animals แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555
ชีดี เมลา พิธีกรรมเลี้ยงจระเข้ (Crocodiles Festival, Pakistan)
สวัสดีปีใหม่กันอีกครั้งครับ กลับมาอัพเดตต่อจากครั้งที่แล้ว คราวนี้จะพาไปชมพิธีกรรมแปลกๆ พิธีหนึ่งที่ประเทศปากีสถานครับ เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เลี้ยงอาหารจระเข้ ที่สำคัญอีกพิธีหนึ่ง สำหรับอินเดีย ปากีสถาน นั้น จระเข้ถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีจิตวิญญาณอาศัยอยู่ครับ ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกปีครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ติดตามชมกันได้เลยครับ
วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ไดลอฟโฟซอรัส (Dilophosaurus)
อัพเดตกันอีกซักครั้งครับ ก่อนที่จะสิ้นปี พ.ศ.2554 นี้ นับว่าเป็นปีที่เผชิญกับมหันภัยอุทกภัยกัน สำหรับหลายๆ ท่าน แต่เมื่อผ่านไปแล้วก็ขอให้มันผ่านไปครับ เริ่มต้นสู้กันใหม่ สำหรับบทความครั้งนี้ ย้อนกันมาอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์กันบ้างครับ เจ้าตัวนี้ก็เป็นที่รู้จักกันดีเมื่อครั้งภาพยนตร์จูราสสิค พาร์คเข้าฉายครับ เจ้านี่มีชื่อว่า ไดลอฟโฟซอรัส (Pilophosaurus) ครับ
วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554
แคดโบโรซอรัส, แคดดี้ (Cadborosaurus)
สวัสดีกันอีกครั้งครับ อัพเดตบทความกันอีกครั้ง วันนี้พอดีไปค้นงานเก่าๆ ที่เคยเขียนเอาไว้ ก็นั่งอ่านนั่งดูไป คิดว่าเอาของเก่าๆ มาเล่าใหม่ก็น่าจะเข้าทีดี เผื่อใครยังไม่เคยผ่านตา ก็จะได้อ่านกันเพลินๆ สำหรับบทความนี้เป็นเรื่องของสัตว์ทะเลลึกลับครับ เขียนเอาไว้เมื่อปี 2546 ไม่ก็ 2547 นี่แหละครับ เคยนำไปในไว้ในเวบ Myth และก็เช่นเคยครับ การนำมาลงใหม่นี้ นำเอาต้นฉบับมาปัดฝุ่น ทิ้งน้ำ และเรียบเรียงกันใหม่บางประการเพื่อให้เข้ากับอะไรหลายๆ อย่าง แต่เนื้อใจความหลักก็ยังคงอยู่ ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญอ่านกันเลยครับ *********
แคดเบอโรซอรัส (Cadborosaurus) บ้างก็เรียก แคดดี้ "Caddy" (ไม่ใช่คนแบกถุงกอล์ฟ นะ หึ หึ) นับเป็นสัตว์ลึกลับจากท้องทะเล (Sea Serpent) อีกชนิดหนึ่ง ที่มีการกล่าวขานถึงการพบเห็นกันมากอยู่ครับ โดยชื่อของ แคดดี้ นั้น ถูกต้องตามการพบเห็นครั้งแรกที่ อ่าวแคดโบโร (Cadboro Bay) เมื่อปี ค.ศ.1933 โดย เฟรดเดอริค เค็มพ์ (Frederick Kemp) หลังจากนั้นรายงานพบเห็นมันก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ จนกระทั่งถึงกับมีข่าวว่ามีการจับตัวมันได้ซะด้วยครับ
วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554
หนอนมรณะมองโกลเลีย (Mongolian Death Worm)
สวัสดีครับ กลับมาอัพเดตบทความกันอีกครั้ง ช่วงนี้อัพเดตบ่อยครับ ชดเชยกับเดือนที่แล้วที่ไม่ค่อยมีการอัพเดตเลย สำหรับบทความเรื่องนี้ ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ลึกลับอยู่เช่นเคยครับ คราวนี้ไปกันไกลถึงประเทศมองโกลเลียกันเลยทีเดียวครับ เป็นเจ้าของตำนานหนอนยักษ์ลึกลับที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย ถ้าพร้อมแล้วเชิญรับชมกันเลยดีกว่าครับ
![]() |
| ภาพวาดของเจ้าหนอนมรณะ |
เจ้าหนอนมรณะตัวนี้ จากตำนานของชนเผ่าพื้นเมืองกล่าวว่าเอาไว้ว่ามันอาศัยอยู่ใน ทะเลทรายโกบีทางตอนใต้ (Southern Gobi desert) มานานกว่าหลายร้อยปีแล้ว ตัวใหญ่กว่าหนอนปกติทั่วไป และมีนิสัยดุร้าย เจ้าหนอนมรณะนี้มีความประมาณ 1-1.4 เมตรกว่า ลำตัวใหญ่หนา มีสีแดงเข้มทั่วลำตัว ลักษณะพิเศษของเจ้าหนอนมรณะชนิดนี้ คือมันสามารถพ่นพิษเพื่อฆ่าเหยื่อหรือศัตรูของมันได้ครับ พิษที่พ่นออกมานั้นคล้ายเมือก (คล้ายกับงูเห่าพ่นพิษนั่นแหละครับ) มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเมื่อสัมผัสโดน และสามารถทำอันตรายมนุษย์จนถึงแก่ชีวิตได้ หากสัมผัสโดนจุดสำคัญ แถมพิษชนิดนี้ยังดึงดูดหนอนมรณะตัวอื่นเข้ามาร่วมวงด้วยอีกต่างหาก ชาวมองโกลเรียกเจ้าหนอนมรณะนี้ว่า โอลโกย คอร์โคย (Olgoi Khorkhoi) ครับ กล่าวกันว่าเจ้าหนอนชนิดนี้อาศัยอยู่ใต้ดิน มันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจำศีล จะออกมาหาอาหารกินในช่วงเวลาเดือน มิถุนาและกรกฎาคมในแต่ละปีเท่านั้น โดยวิธีล่าเหยื่อของมันก็คือการพ่นพิษเข้าใส่เหยื่อ และรอคอยให้เหยื่อเสียชีวิต จากนั้นจึงลงมือกินเหยื่อ และที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือผิวหนังที่ลำตัวของมันนั้นกล่าวกันว่าหากสัมผัสโดน อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องมาจากพิษกรดอันเข้มข้นที่เป็นเมือกปกคลุมร่างกาย จากคำบอกเล่ายังมีปรากฏอีกว่า บางครั้งเจ้าหนอนมรณะชนิดนี้ยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้า (Electrical charge) เพื่อทำร้ายเหยื่อของมันให้เป็นอัมพาตอีกทาง
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เซลม่า : สัตว์ประหลาดจากนอร์เวย์
![]() |
| นักตกปลาสองคนเมื่อปี ค.ศ.1970 ได้เผชิญหน้ากับเซลม่า |
สวัสดีครับ กลับมาพบเรื่องราวสาระน่ารู้บ้างไม่น่ารู้บ้าง คละเคล้ากันไป ตามแต่จะมีนำมาเสนอมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน อัพเดตคราวนี้ ขอนำเรื่องราวของสัตว์ลึกลับตัวหนึ่ง ของเก่ามาเล่าใหม่ครับ ผ่านการกลั่นกรองอีกเล็กน้อยตามระเบียบ เพื่อให้เรื่องกระชับขึ้น ไม่ใส่น้ำเหมือนตอนเขียนไว้ทีแรก ตามเคยครับ เรื่องนี้เคยนำไปลงไว้ในเวบ Myth เมื่อนานแสนนานมาแล้ว ประมาณปี พ.ศ.2547 น่าจะได้มั้งครับ ถ้าคุ้นๆ ตาก็อย่าเพิ่งแปลกใจครับ เรื่องเดียวคนเรียบเรียงคนเดียวกันนั่นเอง เอาล่ะ ไม่กล่าวมากกครับ พร้อมแล้วก็ไปรับชมกันเลย
**********************
จากเรื่องที่แล้วพาขึ้นเขาเข้าป่าไป มาเรื่องนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศกันดูบ้างดีกว่าครับ ผมจะพาท่านเลาะเลี้ยวไปแถวๆ ทะเลสาบเซลจอร์ด (Lake Seljordsvatnet) ประเทศนอร์เวย์ กันดูบ้าง ที่ทะเลสาปแห่งนี้ก็มีเรื่องเล่าขานหรือรายงานการพบเห็นของสัตว์ประหลาดอยู่ ด้วยเหมือนกัน นามของมันนั้นหรือคือ เซลม่า (Selma) นั่นเองครับ ก็คงไม่โด่งดังเท่ากับเนสซี่จากสก็อตแลนด์หรือโอโกโปโกจากแคนาดา แต่ก็พอเป็นที่รู้จักกันอยู่บ้างครับ
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554
โลลอง : จระเข้ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก (biggest crocodile in the world)
![]() |
| อดัมขณะทำการวัดขนาดของเจ้าโลลอง |
เป็นที่ยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วครับว่าเจ้าโลลอง จระเข้น้ำเค็มยักษ์ใหญ่จากประเทศฟิลิปปินส์ ณ ตอนนี้ได้กลายเป็นจระเข้ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้วครับ โดยการวัดความยาวอย่างเป็นทางการของเจ้าโลลองนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2011 ที่ผ่านมานี่เองครับ จากเจ้าหน้าที่สวนสัตว์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติของประเทศออสเตรเลีย ดร.อดัม บริทตัน (Dr.Adam Britton) ผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้ ได้เข้ามาเป็นกรรมการช่วยในการวัดครั้งนี้ คนเดียวกับที่วัดขนาดของเจ้าแคสเซียส เคลย์ นั่นแหละครับ ดร.อดัมก็มีทำรายการสารคดีเกี่ยวกับพวกจระเข้และสัตว์อื่นๆ อยู่ด้วย ถ้าสนใจลองหาดูได้จากช่องเคเบิลทีวีสารคดีดิสคัฟเวอร์รี่ แชนเนลและช่องเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิคดูครับ โดยผลจากการวัดความยาวอย่างเป็นทางการของเจ้าโลลองตั้งแต่หัวจรดปลายหางอยู่ ที่ 6.187 เมตร ไม่ถึง 6.4 เมตร อย่างที่มีการประมาณกันเอาไว้ในทีแรก แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเอาชนะเจ้าแคสเซียส เคลย์ (ตั้งชื่อตามชื่อเก่าของนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทชาวอเมริกาชื่อดัง โมฮัมหมัด อาลี ครับ) จระเข้น้ำเค็มยักษ์ใหญ่อีกตัวของออสเตรเลีย ที่มีขนาด 5.48 เมตร เจ้าของตำแหน่งแชมป์เก่าไปได้อย่างสบายๆ แบบนอนมาเลยทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
โลลองจระเข้ยักษ์ : ข่าวสารอัพเดต
จากคราวก่อนเคยนำเสนอเรื่องของ เจ้าโลลอง กันไปบ้างแล้ว คลิกอ่านกันได้ ที่นี่ ครับ คราวนี้จะมาอัพเดตข่าวของเจ้าจระเข้ยักษ์สัญชาติฟิลิปปินส์ตัวนี้กันหน่อยครับ
เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน ได้มีการจับจระเข้น้ำเค็มตัวผู้ขนาดใหญ่ที่สุดได้เท่าที่มีเคยมีการบันทึก เอาไว้เป็นประวัติการณ์ ได้จากเมืองบูนาวัน (Bunawan) จังหวัดอะกุซาน เดล เซอร์ (Agusan del sur) แหล่งที่มีจระเข้น้ำเค็มขนาดยักษ์ชุกชุมแห่งหนึ่งของประเทศฟิลิปปินส์ ในภายหลังได้ตั้งชื่อเจ้าจระเข้ยักษ์นี้ว่า เออร์เนสโต โลลอง เพื่อเป็นเกียรติแก่พรานจระเข้ผู้ที่ทำการล่าเจ้าโลลองตัวนี้ แต่ได้เสียชีวิตไปก่อนที่จะจับมันได้ โดยจะต้องใช้จำนวนคนกว่า 30 คนและเวลากว่า 3 สัปดาห์ ในการจับเจ้าโลลองตัวนี้ครับ
![]() |
| รูปร่างสวยงามสมส่วนจริงๆ ครับ |
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ฉลามตาเดียว (Albino Cyclops Shark)
บทความนี้ขอนำเสนอสารคดีสัตว์โลกผู้น่ารัก ก็ว่าเข้าไปนั่นครับ เรื่องเล่าคราวนี้เป็นคิวเรื่องของฉลามครับ ไม่ใช่ฉลามธรรมดา แต่มันเป็นฉลามเผือกตาเดียวครับ น่าสนใจทีเดียวใช่มั๊ยละครับ ถ้าสนใจก็ติดตามอ่านกันได้เลยครับ
ฉลามตาเดียว (Albino Cyclops Shark) นั้นถูกโพสภาพครั้งแรกลงในเฟซบุ๊ค (ทันสมัยซะด้วย) ของชมรมตกปลา Pisces Fleet Sportfishing Blog ครับ และไม่กี่เดือนต่อมา มันก็กลายเป็นฟอร์เวิร์ดเมลล์ส่งต่อกันไปเรื่อยในโลกไซเบอร์ในเวลาต่อมา ในตอนแรกก็ไม่มีใครใส่ใจ คิดกันว่ามันก็เป็นเพียงของปลอม เหมือนอย่างสัตว์ประหลาดสารพันชนิดที่ถูกส่งต่อมากันอย่างดาษดื่น ในรูปแบบของฟอร์เวิร์ดเมลล์ทั่วไป แต่คราวนี้เป็นอะไรที่แตกต่างออกไปครับ เมื่อสมาชิกคนหนึ่งของ เวบได้ออกมายืนยันว่า เจ้าฉลามเผือกตาเดียวตัวนี้เป็นของจริง!!
ฉลามตาเดียว (Albino Cyclops Shark) นั้นถูกโพสภาพครั้งแรกลงในเฟซบุ๊ค (ทันสมัยซะด้วย) ของชมรมตกปลา Pisces Fleet Sportfishing Blog ครับ และไม่กี่เดือนต่อมา มันก็กลายเป็นฟอร์เวิร์ดเมลล์ส่งต่อกันไปเรื่อยในโลกไซเบอร์ในเวลาต่อมา ในตอนแรกก็ไม่มีใครใส่ใจ คิดกันว่ามันก็เป็นเพียงของปลอม เหมือนอย่างสัตว์ประหลาดสารพันชนิดที่ถูกส่งต่อมากันอย่างดาษดื่น ในรูปแบบของฟอร์เวิร์ดเมลล์ทั่วไป แต่คราวนี้เป็นอะไรที่แตกต่างออกไปครับ เมื่อสมาชิกคนหนึ่งของ เวบได้ออกมายืนยันว่า เจ้าฉลามเผือกตาเดียวตัวนี้เป็นของจริง!!
![]() |
| ดูแล้วเหมือนยักษ์ตาเดียวครับ |
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Funny Photo Click 8 - Feeding Crocs
สำหรับ Funny Photo ชุดนี้ คงไม่ Funny เท่าไหร่ครับ ออกแนวน่าหวาดเสียวนิดๆ ซะมากกว่า ก็เป็นภาพชุดการให้อาหารแก่ จระเข้ยักษ์ อ้อ พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่จระเข้เลี้ยงตามฟาร์มนะครับ เป็นจระเข้ธรรมชาติ แต่อาจจะพอคุ้นอยู่กับคนกับให้อาหารอยู่บ้าง แต่จระเข้พวกนี้ไม่เชื่องแน่นอนครับ ดูแล้วน่าหวาดเสียวไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญรับชมกันได้เลยครับ
![]() |
| ประเดิมด้วยภาพนี้ครับ |
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
บันยิพ : อสูรแห่งหนองน้ำ
กลับมาอัพเดตกันอีกครับ แต่คราวนี้ขออนุญาตเอาบทความเก่าๆ ที่เคยทำไว้นานแล้วมาให้อ่านกันใหม่ ก็มีขัดเกลาตัดน้ำออกไปให้กระชับขึ้น พร้อมแล้วก็อ่านกันเลยครับ
*************
พาไปรู้จักกับสัตว์ประหลาดกัน มาก็หลายชนิดหลายตัวแล้ว ข้อมูลมากบ้างน้อยบ้าง ก็อย่าว่ากันล่ะครับ พอดีวันนี้สบโอกาสพาไปทัวร์แถวออสเตรเลียกันดูบ้าง มาฟังเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเกี่ยวกับเจ้าสัตว์ประหลาดที่มีชื่อเรียกกันว่า บันยิพ (Bunyip) กันดูบ้างครับ สำหรับเรื่องสัตว์ประหลาดหรือเจ้าตัวประหลาดนี้นั้นก็เป็นตำนาน เรื่องเล่าที่ยังคงกล่าวขานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ของชาวเผ่าพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย หรือชนเผ่าอะบอริจินส์นั่นเองครับ โดยตามเรื่องตำนานของชาวอะบอริจินส์นั้นได้เล่ากล่าวเอาไว้ว่า บันยิพ เป็นจิตวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ทะเลสาบ หรือหากจะบอกว่าเป็นวิญญาณผู้เฝ้าผืนน้ำก็เห็นจะเป็นได้อยู่เหมือนกัน พอนานวันสะสมตบะแก่กล้ามากขึ้น บันยิพ เลยกลายรูปร่างเป็นสัตว์ประหลาด เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาให้ผู้คนได้เห็นไปโน่นล่ะครับ
*************
พาไปรู้จักกับสัตว์ประหลาดกัน มาก็หลายชนิดหลายตัวแล้ว ข้อมูลมากบ้างน้อยบ้าง ก็อย่าว่ากันล่ะครับ พอดีวันนี้สบโอกาสพาไปทัวร์แถวออสเตรเลียกันดูบ้าง มาฟังเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเกี่ยวกับเจ้าสัตว์ประหลาดที่มีชื่อเรียกกันว่า บันยิพ (Bunyip) กันดูบ้างครับ สำหรับเรื่องสัตว์ประหลาดหรือเจ้าตัวประหลาดนี้นั้นก็เป็นตำนาน เรื่องเล่าที่ยังคงกล่าวขานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ของชาวเผ่าพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย หรือชนเผ่าอะบอริจินส์นั่นเองครับ โดยตามเรื่องตำนานของชาวอะบอริจินส์นั้นได้เล่ากล่าวเอาไว้ว่า บันยิพ เป็นจิตวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ทะเลสาบ หรือหากจะบอกว่าเป็นวิญญาณผู้เฝ้าผืนน้ำก็เห็นจะเป็นได้อยู่เหมือนกัน พอนานวันสะสมตบะแก่กล้ามากขึ้น บันยิพ เลยกลายรูปร่างเป็นสัตว์ประหลาด เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาให้ผู้คนได้เห็นไปโน่นล่ะครับ
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554
จระเข้ยักษ์ใหญ่จากฟิลิปปินส์ (Lolong, The Giant Croc from Phililppines)
สวัสดีครับ ไม่ได้อัพเดตบทความกันมาค่อนข้างนานมาก พอดีดูข่าวน้ำท่วม เห็นประเทศใกล้ๆ กัน เขาจับจระเข้ขนาดมหึมา ขึ้นมาได้ ก็เลยได้เรื่องราวมาอัพเดตกันซักหน่อย สำหรับยักษ์ใหญ่เจ้าของสถิติจระเข้ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ !?! ถูกจับได้ที่เมืองบูนาวัน (Bunawan) ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ (Southern Philippines) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานกันถึงเรื่องจระเข้น้ำเค็มขนาดใหญ่กันอยู่แล้ว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาครับ นับได้ว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจับกันมาได้ครับ จระเข้ตัวนี้มีความยาวตลอดหัวถึงปลายหางประมาณ 24 ฟุต หรือประมาณ 6.4 เมตร น้ำหนักตัวกว่า 1 ตัน ทำลายสถิติ เจ้า "แคสเซียส เคลย์" จระเข้ที่จับได้จากเขตทางเหนือ (Northern Territory) ของประเทศออสเตรเลีย ขนาดตัวใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศออสเตรเลียด้วยขนาด 18 ฟุต หรือ 5.0 เมตร ไปอย่างสบายๆ เลยทีเดียวครับ (ว่างๆ จะมาเล่าเรื่องของเจ้าแคสเซียส เคลย์ให้ฟังครับ) แต่สถิติจระเข้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการยอมรับกันอย่างเป็นทางการครับว่าเจ้า "โลลอง" (ชื่อของเจ้าจระเข้ยักษ์ตัวเมีย ตั้งเพื่อเป็นเกียรติตามชื่อของยอดพรานนักล่าจระเข้ของฟิลิปปินส์ ที่ชื่อ เออร์เนสโต โลลอง ที่เสียชีวิตไปแล้ว) เป็นจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในที่เลี้ยง ถ้ายังไม่ได้มีการตรวจสอบกันอย่างเป็นทางการ
เราลองมาดูรูปของเจ้าจระเข้ยักษ์ที่เขาจับได้กันดีกว่าครับ ว่ามันจะใหญ่โตซักขนาดไหน
เราลองมาดูรูปของเจ้าจระเข้ยักษ์ที่เขาจับได้กันดีกว่าครับ ว่ามันจะใหญ่โตซักขนาดไหน
วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554
จระเข้ VS ช้าง
...ยังคงเป็นเรื่องราวของจระเข้อีกเช่นเคยครับ วนเวียนอยู่ 2-3 ลูปแล้ว ...คราวนี้คู่ต่อสู้ (หรือเหยื่อ ?!?) ของจระเข้น้ำจืดก็คือ ...ช้างแอฟริกันครับ !! ถ้าเปรียบเป็นมวยละก็ เรียกได้มวยคนละรุ่นกันเลยทีเดียว ภาพชุดนี้ถูกถ่ายในช่วงเวลาที่พ่อช้างและเจ้าลูกช้างน้อยกำลังจะไปกินน้ำ แล้วพอดีโดนเจ้าจระเข้ที่นอนซุ่มอยู่ตรงนั้น พุ่งเข้าเล่นงาน โดยจู่โจมงับเข้าที่งวงของพ่อช้างแอฟริกันเข้า ตามที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ จระเข้ที่เห็นในภาพนั้นมีขนาดตัวยาวประมาณ 3.5-4 เมรตรครับ ขนาดตัวไม่เล็กเลย แต่เมื่อเจอเข้ากับยักษ์ใหญ่แห่งที่ราบ อย่างช้างแอฟริกันเข้าแล้ว ยังเทียบกันไม่ได้เลยครับ คนละรุ่นกันซะงั้น
อ่านต่อเชิญด้านในเลยครับ
อ่านต่อเชิญด้านในเลยครับ
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เกาะแรมรี : มหันตภัยจระเข้น้ำเค็ม (Ramree Island)
.....กลับมาพบกันอีกครั้งครับ หลังจากไม่ได้อัพเดทบทความมาซะหลายวัน สำหรับบทความนี้ ยังคงเป็นบทความที่เกี่ยวกับจระเข้เช่นเคย ครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องราว ย้อนไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อทหารญี่ปุ่นกองพันหนึ่ง ถูกจระเข้น้ำเค็มโจมตี เมื่อครั้งที่ถอนกำลังจากภารกิจที่ได้ปฏิบัติอยู่ในประเทศพม่า และต้องเดินทางกลับมายังจุดนัดพบที่ต้องผ่านบึงชายเลน ที่อยู่ของจระเข้น้ำเค็มขนาดยักษ์นับพันตัว
![]() |
| สถานที่เกิดเหตุ เกาะแรมรี ประเทศพม่า |
…..เหตุการณ์อันน่าสะพรึงครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ เกาะแรมรี (Ramree Island) ในประเทศพม่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1945 ครับ จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อ ทหารญี่ปุ่นกองพันหนึ่ง ได้รับคำสั่งให้ถอนทัพออกจากภารกิจจากเกาะมรณะแห่งนี้ ซึ่งต้องใช้เส้นทางเดินผ่านป่าชายเลน บึงขนาดกว้างกว่า 16 กิโลเมตร เหล่าทหารหาญเมื่อได้รับคำสั่งถอนทัพ ก็จัดทัพเดินทางกลับผ่านบึงแห่งนี้ โดยหารู้ไม่ว่า มันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ...
.....จระเข้น้ำเค็มกินคนขนาดยักษ์ !!!
.....จระเข้น้ำเค็มกินคนขนาดยักษ์ !!!
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
โกเมค (Gomek The Crocodile)
.....บทความเกี่ยวกับจระเข้คราวก่อนได้นำเสนอเรื่องของ กุสตาฟ จระเข้ยักษ์แห่งบุรุนดี ไปแล้ว แต่ก็ยังเรื่องราวของจระเข้ยักษ์อีกตัวครับที่น่าสนใจ และมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน แต่คงไม่โหดและเป็นตำนานเท่ากุสตาฟในเรื่องการสังหารจำนวนเหยื่อที่เป็นที่โจษจันกัน สำหรับเจ้าจระเข้ตัวนี้ชื่อว่า โกเมค (Gomek) ครับ เราลองมาดูตำนานของเจ้าโกเมคกัน
10 อันดับสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
......พบกันอีกเช่นเคยครับ กับบทความมีสาระบ้าง ไม่มีบ้าง ปนๆ กันไปครับ สำหรับบทความคราวนี้จะนำเสนอเรื่องของสัตว์มีพิษ 10 ชนิดครับ ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ บ้างก็ใช้พิษเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากนักล่า บ้างก็มีพิษเอาไว้เพื่อล่าเสียเอง ในทางวิชาการนั้น มีการนำพิษมาใช้กับหนูทดลอง เพื่อให้ได้ค่าดัชนีความร้ายแรงของพิษว่ามีถึงระดับใด วิธีนี้เรียกว่า Median Lethal Dose โดยใช้การป้อนไปเข้าไปในร่างกายของหนูทดลองหรือการให้สัมผัสโดยตรง แล้วดูเทียบปริมาณที่ใช้ไปกับแต่ละตัวอย่างทดลอง ก็จะได้ดัชนีนี้ออกมาครับ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ครับ แต่วิธีทดลองนี้ก็ไม่ได้ครอบคลุมไปทั้งหมด เพราะพิษแต่ละชนิดนั้นอาจจะออกอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของพิษ เอาละครับไม่เกริ่นยืดยาวละ เรามาดูผู้เข้ารอบในแต่ละอันดับเลยครับ
อันดับ 10 ปลาปักเป้า (Puffer Fish)
.....พูดถึงปลาปักเป้าแล้ว คิดว่าส่วนใหญ่ทุกคนก็คงจะเคยเห็น หรืออาจจะเคยซื้อมาเลี้ยงจากจตุจักรตัวละ 5-10 บาท ตัวมันพองๆ กลมบ็อก ดูแล้วน่ารักดี แต่ไม่ใช่ชนิดที่เราจะกล่าวถึงครับ ปลาปักเ
ป้านั้นแท้จริงแล้วมันไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกับรูปร่างของมัน หากแท้จริงแล้วมันเป็นปลากินเนื้อหรือปลาล่าเหยื่อตัวฉกาจเลยครับ บางชนิดชอบกินปลาเล็ก บางชนิดชอบสัตว์เปลือกแข็ง อย่างหอยหรือปูตัวเล็กๆ ก็มีครับ ปลาปักเป้านั้นมีทั้งชนิดที่ไม่มีพิษและชนิดที่มีพิษครับ สำหรับชนิดที่มีพิษนั้น พิษของมันไม่ได้อยู่ที่อวัยวะโจมตีภายนอกครับ หากแต่พิษนั้นอยู่ส่วนใต้เนื้อของมันเอง เป็นกลไกธรรมชาติที่เอาไว้ป้องกันจากสัตว์นักล่าที่อยู่ในห่วงอาหารที่สูงกว่า ถ้ากินมันเข้าไปละก็ จอดลูกเดียวครับ กฎแห่งการวิวัฒนาการก็เลยต้องมอบพิษให้มัน เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว จากสัตว์นักล่านั่นเองครับ
อันดับ 10 ปลาปักเป้า (Puffer Fish)
.....พูดถึงปลาปักเป้าแล้ว คิดว่าส่วนใหญ่ทุกคนก็คงจะเคยเห็น หรืออาจจะเคยซื้อมาเลี้ยงจากจตุจักรตัวละ 5-10 บาท ตัวมันพองๆ กลมบ็อก ดูแล้วน่ารักดี แต่ไม่ใช่ชนิดที่เราจะกล่าวถึงครับ ปลาปักเ
ป้านั้นแท้จริงแล้วมันไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกับรูปร่างของมัน หากแท้จริงแล้วมันเป็นปลากินเนื้อหรือปลาล่าเหยื่อตัวฉกาจเลยครับ บางชนิดชอบกินปลาเล็ก บางชนิดชอบสัตว์เปลือกแข็ง อย่างหอยหรือปูตัวเล็กๆ ก็มีครับ ปลาปักเป้านั้นมีทั้งชนิดที่ไม่มีพิษและชนิดที่มีพิษครับ สำหรับชนิดที่มีพิษนั้น พิษของมันไม่ได้อยู่ที่อวัยวะโจมตีภายนอกครับ หากแต่พิษนั้นอยู่ส่วนใต้เนื้อของมันเอง เป็นกลไกธรรมชาติที่เอาไว้ป้องกันจากสัตว์นักล่าที่อยู่ในห่วงอาหารที่สูงกว่า ถ้ากินมันเข้าไปละก็ จอดลูกเดียวครับ กฎแห่งการวิวัฒนาการก็เลยต้องมอบพิษให้มัน เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว จากสัตว์นักล่านั่นเองครับวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ฉลามขาวยักษ์ (The Great White Shark)
.....บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ ฉลามขาวยักษ์ (The Great White Shark) กันครับ ฉลามที่เป็นอันตรายที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จักกันมาทีเดียวครับ และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเล ขอขยายความอีกหน่อยครับ ปลาฉลามที่ตัวใหญ่ที่สุดในท้องทะเลในเวลานี้ ต้องยกตำแหน่งให้ ฉลามวาฬ ครับ แต่ถ้าหากเป็นปลานักล่าเหยื่อแล้วละก็ ฉลามขาวยักษ์เป็นก็ผู้ครอบครองตำแหน่งนี้ไป ในอดีตนั้น โดยปกติแล้ว ขนาดของเจ้าฉลามขาวยักษ์ที่มีการจับกันมาได้นั้น จะยาวประมาณ 4-5 เมตร จากหัวถึงปลายหาง น้ำหนักก็ประมาณ 1.2 – 1.7 ตันครับ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีการจับฉลามขาวยักษ์ที่มีขนาด 6.1 เมตรกว่า หนักถึง 2.8 ตัน ได้
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
6 อันดับสัตว์ร่างกายโปร่งแสง
.....กลับมาเจอกับบทความจัดอันดับสัตว์กันอีกแล้วครับ ช่วงนี้ทำบทความแบบนี้ค่อนข้างบ่อย แต่ก็น่าสนใจ สำหรับคราวนี้จะนำเสนอเรื่อง 6 อันดับสัตว์ที่มีร่างกายโปร่งแสงครับ ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ จะมีสัตว์ชนิดไหนบ้างนั้น เรามาติดตามดูกันครับ
อันที่ 1 กบแก้ว (Glass Frog)
.....เจ้ากบอ๊บ อ๊บ โปร่งแสงตัวนี้ อาศัยอยู่ในถิ่นแถบอเมริกาใต้ มีด้วยกันอยู่หลายชนิด ก็ตามชื่อมันนั่นแหละครับ ที่ได้ชื่อว่ากบแก้ว ก็มาจากร่างกายที่โปร่งใสจนสามารถมองทะลุไปเห็นตับไตไส้พุงของมันนั่นเอง เจ้ากบตัวนี้มีขนาดลำตัวประมาณ 3 – 8 เซนติเมตร ตัวเล็กจ้อยเลยว่างั้น ลำตัวออกสีเขียวแก่ไปจนถึงเขียวอ่อน แต่ก็ใสจนสามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน อาหารของมันก็ได้แก่สัตว์หรือแมลงที่ตัวเล็กกว่า แม้กระทั่งกบเล็กหรือลูกมันเอง ก็กินหมดครับ โหดไม่ใช่เล่น
อันที่ 1 กบแก้ว (Glass Frog)
.....เจ้ากบอ๊บ อ๊บ โปร่งแสงตัวนี้ อาศัยอยู่ในถิ่นแถบอเมริกาใต้ มีด้วยกันอยู่หลายชนิด ก็ตามชื่อมันนั่นแหละครับ ที่ได้ชื่อว่ากบแก้ว ก็มาจากร่างกายที่โปร่งใสจนสามารถมองทะลุไปเห็นตับไตไส้พุงของมันนั่นเอง เจ้ากบตัวนี้มีขนาดลำตัวประมาณ 3 – 8 เซนติเมตร ตัวเล็กจ้อยเลยว่างั้น ลำตัวออกสีเขียวแก่ไปจนถึงเขียวอ่อน แต่ก็ใสจนสามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน อาหารของมันก็ได้แก่สัตว์หรือแมลงที่ตัวเล็กกว่า แม้กระทั่งกบเล็กหรือลูกมันเอง ก็กินหมดครับ โหดไม่ใช่เล่น
![]() |
| ใสจนเห็นตับไตไส้พุงกันเลยทีเดียว |
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ฉลามก็อบลิน (Goblin Shark)
...เมื่อคราวก่อนได้นำเสนอเรื่องราวของฉลามก่อนประวัติศาสตร์ หรือ ฉลามหกเหงือก (Frilled Shark) ไปแล้ว คราวนี้ขอนำเสนอ ฉลามก็อบลิน (Goblin Shark) บ้างครับ รูปร่างแปลกพอๆ กัน...ฉลามก็อบลินค้นพบเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ.1897 ในทะเลซางามิใกล้กับโยโกฮาม่า โดยชาวประมงชาวญี่ปุ่น ชื่อของมันนั้นถูกถอดคำมาจากภาษาญี่ปุ่นที่เรียกเจ้าฉลามชนิดนี้ว่า เท็นงูซาเมะ ที่ชาวประมงใช้เรียกมัน เนื่องจากเจ้าฉลามตัวนี้มีจมูกยาว เหมือนอสูรในตำนานของประเทศญี่ปุ่น จาก เท็นงู ก็แปลไปเป็น ก็อบลิน ในเวลาต่อมาครับ
...ฉลามก็อบลินเป็นฉลามน้ำลึก อาศัยอยู่ในทะเลเปิด ที่มีความลึกกว่า 300-1200 เมตร เรียกได้ว่าลึกมากเลยทีเดียว มันไม่ค่อยได้เข้ามายังชายฝั่งให้เราได้เห็นตัวกันง่ายๆ ส่วนใหญ่พบได้ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ออสเตรเลีย อ่าวเม็กซิโก โปรตุเกสก็เคยมีบันทึกว่าจับเจ้าฉลามก็อบลินนี่ได้เหมือนกันครับ แต่ที่จับกันมาได้นั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากเรือประมงญี่ปุ่นแทบทั้งสิ้น ชาวญี่ปุ่นนี่หาปลาได้เก่งไม่ใช่เล่นเลยทีเดียวครับ ปลาวาฬก็ล่า ปลาฉลามก็จับ ปลาทะเลก็กิน สมเป็นลูกทะเลจริงๆ
...ฉลามก็อบลินเป็นฉลามน้ำลึก อาศัยอยู่ในทะเลเปิด ที่มีความลึกกว่า 300-1200 เมตร เรียกได้ว่าลึกมากเลยทีเดียว มันไม่ค่อยได้เข้ามายังชายฝั่งให้เราได้เห็นตัวกันง่ายๆ ส่วนใหญ่พบได้ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ออสเตรเลีย อ่าวเม็กซิโก โปรตุเกสก็เคยมีบันทึกว่าจับเจ้าฉลามก็อบลินนี่ได้เหมือนกันครับ แต่ที่จับกันมาได้นั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากเรือประมงญี่ปุ่นแทบทั้งสิ้น ชาวญี่ปุ่นนี่หาปลาได้เก่งไม่ใช่เล่นเลยทีเดียวครับ ปลาวาฬก็ล่า ปลาฉลามก็จับ ปลาทะเลก็กิน สมเป็นลูกทะเลจริงๆ
วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
5 อันดับสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก
.....กลับมาเจอบทความสัตว์โลกน่ารักกันอีกแล้วนะครับ กับ 5 สุดยอดนักวิ่ง สำหรับบทความนี้จะนำเสนอเรื่องอันดับของสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก โดยจัดอันดับจากสัตว์บกและวิ่งสี่เขาเท่านั้นครับ ไม่เกริ่นเยอะละครับ มาลองดูผู้ที่เข้ามาในแต่ละอันดับกันเลยครับ ว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน เริ่มจากอันดับที่รั้งท้ายก่อนเลย
อันดับที่ 5 กวางทอมสัน กาเซลล์ (Thomson’s Gazelle)
Speed : ความเร็วในการวิ่ง : 81 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
.....ทอมสัน กาเซลล์ หรือชื่อที่เราคุ้นเคยกันดีว่า กวางกาเซลล์ นั้นวิ่งเข้ามาอยู่อันดับที่ 5 ครับ เป็นสัตว์ในตระกูลกวาง โดยชื่อของมันถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนักสำรวจและนักธรณีวิทยาชาวสก็อตแลนด์ โจเซฟ ทอมสัน (Joseph Thomson) กาเซลล์ รูปร่างเมื่อโตเต็มวัยของตัวผู้มีความสูงถึงหัวไหล่เฉลี่ยประมาณ 3 ฟุต น้ำหนัก 23 – 28 กิโลกรัม ไม่นับรวมเขา ขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วลำตัว ลายขาวพาดดำบริเวณท้อง เขายาวโค้งไปข้างหลัง สำหรับตัวเมียแล้วจะเล็กกว่านิดหน่อยและไม่มีเขา เจ้ากาเซลล์มักถูกเสือชีตาห์เล็งให้เป็นเหยื่ออันดับต้นๆ แต่เนื่องด้วยมีน้ำอดน้ำทนในการวิ่งที่นานกว่าเสือชีตาห์ จึงทำให้การจับกาเซลล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กาเซลล์นั้นมีประสาทหูที่ดีมาก แค่เพียงเสียงแหวกพงหญ้า มันก็สามารถได้ยินได้ ซึ่งที่มันมีประสาทหูที่ดีนั้น เนื่องจากจะได้เอาไว้จับการคลื่นไหวของนักล่าก่อนที่จะมาเข้าใกล้ระยะประชิดตัวนั่นเอง กาเซลล์นั้นอาศัยกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศเคนยา และแทนซาเนีย ทวีปแอฟริกา ในอดีตเคยมีรายงานว่า กาเซลล์ นั้นมีอยู่ประมาณ 500,000 ตัว แต่จากรายงานล่าสุดในปัจจุบันนี้ มันมีจำนวนเหลือไม่ถึงครึ่งแล้วครับ เนื่องจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น มนุษย์รุกราน การสูญเสียถิ่นฐานอาศัย และการล่าสัตว์
อันดับที่ 4 วิวเดอร์บีสท์ (Wildebeest)
Speed : ความเร็วในการวิ่ง 75-80 กิโลเมตร / ชั่วโมง
อันดับที่ 5 กวางทอมสัน กาเซลล์ (Thomson’s Gazelle)
Speed : ความเร็วในการวิ่ง : 81 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.....ทอมสัน กาเซลล์ หรือชื่อที่เราคุ้นเคยกันดีว่า กวางกาเซลล์ นั้นวิ่งเข้ามาอยู่อันดับที่ 5 ครับ เป็นสัตว์ในตระกูลกวาง โดยชื่อของมันถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนักสำรวจและนักธรณีวิทยาชาวสก็อตแลนด์ โจเซฟ ทอมสัน (Joseph Thomson) กาเซลล์ รูปร่างเมื่อโตเต็มวัยของตัวผู้มีความสูงถึงหัวไหล่เฉลี่ยประมาณ 3 ฟุต น้ำหนัก 23 – 28 กิโลกรัม ไม่นับรวมเขา ขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วลำตัว ลายขาวพาดดำบริเวณท้อง เขายาวโค้งไปข้างหลัง สำหรับตัวเมียแล้วจะเล็กกว่านิดหน่อยและไม่มีเขา เจ้ากาเซลล์มักถูกเสือชีตาห์เล็งให้เป็นเหยื่ออันดับต้นๆ แต่เนื่องด้วยมีน้ำอดน้ำทนในการวิ่งที่นานกว่าเสือชีตาห์ จึงทำให้การจับกาเซลล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กาเซลล์นั้นมีประสาทหูที่ดีมาก แค่เพียงเสียงแหวกพงหญ้า มันก็สามารถได้ยินได้ ซึ่งที่มันมีประสาทหูที่ดีนั้น เนื่องจากจะได้เอาไว้จับการคลื่นไหวของนักล่าก่อนที่จะมาเข้าใกล้ระยะประชิดตัวนั่นเอง กาเซลล์นั้นอาศัยกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศเคนยา และแทนซาเนีย ทวีปแอฟริกา ในอดีตเคยมีรายงานว่า กาเซลล์ นั้นมีอยู่ประมาณ 500,000 ตัว แต่จากรายงานล่าสุดในปัจจุบันนี้ มันมีจำนวนเหลือไม่ถึงครึ่งแล้วครับ เนื่องจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น มนุษย์รุกราน การสูญเสียถิ่นฐานอาศัย และการล่าสัตว์
อันดับที่ 4 วิวเดอร์บีสท์ (Wildebeest)
Speed : ความเร็วในการวิ่ง 75-80 กิโลเมตร / ชั่วโมง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















