Ads by Adyim

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ยานอวกาศยักษ์ที่ดาวเสาร์ (Giant Spaceships at Saturn's Ring)

     สวัสดีครับ กลับมาอัพเดทบทความกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายกันไปนานทีเดียว เรื่องเล่าคราวนี้เป็นเรื่องของจานบินหรือยูเอฟโอกันบ้างครับ หลังจากบทความประเภทนี้ไม่ได้นำมาลงนานแล้ว ว่าไปแล้วบทความเรื่องนี้ก็เป็นการเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ก็ว่าได้ครับ เพระมันเกิดขึ้นมาเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้วครับ อาจจะพอเคยผ่านสายตากันมาบ้างแล้ว ก็อย่าว่ากันเน้อ 
     นับย้อนหลังไปเมื่อปี ค..1996 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ดร.นอร์แมน เบอร์กัน (Dr,Norman Bergun) ได้เผยภาพถ่ายดาวเสาร์ที่ได้มาจากนาซ่าจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ธรรมดาของบรรดาภาพถ่ายเหล่านี้ก็คือ มีวัตถุลึกลับที่คาดกันว่า น่าจะเป็นยานอวกาศขนาดยักษ์ถูกถ่ายติดอยู่ในภาพดังกล่าวครับ จำนวน 2-3 ลำ สำหรับรูปทรงของวัตถุลึกลับนี้มีลักษณะเป็นทรงซิการ์ เรียวยาว ส่วนขนาดนั้นเมื่อคำนวณออกมาแล้ว ปรากฏว่ามันมีขนาดยาวประมาณเส้นผ่านศูนย์ของโลกเราเลยครับ ขนาดมหึมาเลยทีเดียว

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

จระเข้ยักษ์ใหญ่จากฟิลิปปินส์ (Lolong, The Giant Croc from Phililppines)

     สวัสดีครับ ไม่ได้อัพเดตบทความกันมาค่อนข้างนานมาก พอดีดูข่าวน้ำท่วม เห็นประเทศใกล้ๆ กัน เขาจับจระเข้ขนาดมหึมา ขึ้นมาได้ ก็เลยได้เรื่องราวมาอัพเดตกันซักหน่อย สำหรับยักษ์ใหญ่เจ้าของสถิติจระเข้ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ !?! ถูกจับได้ที่เมืองบูนาวัน (Bunawan) ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ (Southern Philippines) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานกันถึงเรื่องจระเข้น้ำเค็มขนาดใหญ่กันอยู่แล้ว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาครับ นับได้ว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจับกันมาได้ครับ จระเข้ตัวนี้มีความยาวตลอดหัวถึงปลายหางประมาณ 24 ฟุต หรือประมาณ 6.4 เมตร น้ำหนักตัวกว่า 1 ตัน ทำลายสถิติ เจ้า "แคสเซียส เคลย์" จระเข้ที่จับได้จากเขตทางเหนือ (Northern Territory)  ของประเทศออสเตรเลีย  ขนาดตัวใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศออสเตรเลียด้วยขนาด 18 ฟุต หรือ 5.0 เมตร ไปอย่างสบายๆ เลยทีเดียวครับ (ว่างๆ จะมาเล่าเรื่องของเจ้าแคสเซียส เคลย์ให้ฟังครับ) แต่สถิติจระเข้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการยอมรับกันอย่างเป็นทางการครับว่าเจ้า "โลลอง" (ชื่อของเจ้าจระเข้ยักษ์ตัวเมีย ตั้งเพื่อเป็นเกียรติตามชื่อของยอดพรานนักล่าจระเข้ของฟิลิปปินส์ ที่ชื่อ เออร์เนสโต โลลอง ที่เสียชีวิตไปแล้ว) เป็นจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในที่เลี้ยง ถ้ายังไม่ได้มีการตรวจสอบกันอย่างเป็นทางการ

เราลองมาดูรูปของเจ้าจระเข้ยักษ์ที่เขาจับได้กันดีกว่าครับ ว่ามันจะใหญ่โตซักขนาดไหน

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องลึกลับฉบับย่อ

กลับมาอัพเดตกันอีกครั้งครับ หลังจากห่างหายไปนาน อัพเดตบทความนี้ก็ขออนุญาตนำบทความเก่ากลับมาให้อ่านกันใหม่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เคยผ่านตา จริงๆ แล้วบทความชิ้นนี้ทำไว้นานแล้วเหมือนกันครับ สมัยยังมี "เวบ Myth" และยังใช้ชื่อ "นายโอ" อยู่ ในตอนนั้นบทความนี้ใช้ชื่อว่า 7 อันดับเรื่องลึกลับ

วันนี้มีเวลาอัพเดตก็เลย ค้นงานเก่าๆ เอามาลงกันใหม่อีกรอบกับบ้านใหม่หลังนี้ ในส่วนเนื้อเรื่องก็ได้ทำการตัดทอนบางส่วนออกไปบ้างครับ เพื่อความกระชับและอ่านง่ายขึ้น  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามกันเลยครับ

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จระเข้ VS ช้าง

...ยังคงเป็นเรื่องราวของจระเข้อีกเช่นเคยครับ วนเวียนอยู่ 2-3 ลูปแล้ว ...คราวนี้คู่ต่อสู้ (หรือเหยื่อ ?!?) ของจระเข้น้ำจืดก็คือ ...ช้างแอฟริกันครับ !! ถ้าเปรียบเป็นมวยละก็ เรียกได้มวยคนละรุ่นกันเลยทีเดียว ภาพชุดนี้ถูกถ่ายในช่วงเวลาที่พ่อช้างและเจ้าลูกช้างน้อยกำลังจะไปกินน้ำ แล้วพอดีโดนเจ้าจระเข้ที่นอนซุ่มอยู่ตรงนั้น พุ่งเข้าเล่นงาน โดยจู่โจมงับเข้าที่งวงของพ่อช้างแอฟริกันเข้า ตามที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ จระเข้ที่เห็นในภาพนั้นมีขนาดตัวยาวประมาณ 3.5-4 เมรตรครับ ขนาดตัวไม่เล็กเลย แต่เมื่อเจอเข้ากับยักษ์ใหญ่แห่งที่ราบ อย่างช้างแอฟริกันเข้าแล้ว ยังเทียบกันไม่ได้เลยครับ คนละรุ่นกันซะงั้น


อ่านต่อเชิญด้านในเลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

10 เกร็ดน่ารู้เรื่องไดโนเสาร์

.....บทความนี้ขอนำเสนอ 10 เกร็ดน่ารู้เรื่องไดโนเสาร์ครับ อาจจะเป็นมุมมองใหม่ ที่เราอาจยังไม่เคยรู้หรือสัมผัสมาก่อน ลองมาดูกันครับ ว่าเกร็ดน่ารู้แต่ละเรื่องนั้น มีอะไรบ้าง เชิญชมครับ

1. ไดโนเสาร์นั้นไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานพวกแรกที่เคยครองโลก
เราอาจจะเชื่อกันว่า ไดโนเสาร์นั้น เป็นสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ใหญ่พวกแรกที่เคยครองโลกเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว ความเชื่อนี้ผิดครับ เพราะยังมีสัตว์อยู่ 2 ประเภท มีชีวิตอาศัยอยู่บนโลกนี้นานมาแล้ว นานก่อนไดโนเสาร์จะกำเนิดเสียอีกครับ ได้แก่ อาร์โคซอรัส (Archosarus) ซึ่งมีรูปร่างคล้ายจระเข้ในยุคปัจจุบัน และ เธอแร๊พซิดส์ (Therapsids) ที่ดูคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง นั่นเองครับ ซึ่งหลังจากนี้ ก็มีการวิวัฒนาการแตกแยกแขนงออกไปเป็นไดโนเสาร์อีกหลากหลายพันธุ์นั่นเอง
อาร์โคซอรัส (ตัวบน) และ เธอแร๊พซิดส์ (ตัวล่าง)

เกาะแรมรี : มหันตภัยจระเข้น้ำเค็ม (Ramree Island)

 .....กลับมาพบกันอีกครั้งครับ หลังจากไม่ได้อัพเดทบทความมาซะหลายวัน สำหรับบทความนี้ ยังคงเป็นบทความที่เกี่ยวกับจระเข้เช่นเคย ครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องราว ย้อนไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อทหารญี่ปุ่นกองพันหนึ่ง ถูกจระเข้น้ำเค็มโจมตี เมื่อครั้งที่ถอนกำลังจากภารกิจที่ได้ปฏิบัติอยู่ในประเทศพม่า และต้องเดินทางกลับมายังจุดนัดพบที่ต้องผ่านบึงชายเลน ที่อยู่ของจระเข้น้ำเค็มขนาดยักษ์นับพันตัว
สถานที่เกิดเหตุ เกาะแรมรี ประเทศพม่า
…..เหตุการณ์อันน่าสะพรึงครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ เกาะแรมรี (Ramree Island) ในประเทศพม่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค..1945 ครับ จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อ ทหารญี่ปุ่นกองพันหนึ่ง ได้รับคำสั่งให้ถอนทัพออกจากภารกิจจากเกาะมรณะแห่งนี้ ซึ่งต้องใช้เส้นทางเดินผ่านป่าชายเลน บึงขนาดกว้างกว่า 16 กิโลเมตร เหล่าทหารหาญเมื่อได้รับคำสั่งถอนทัพ ก็จัดทัพเดินทางกลับผ่านบึงแห่งนี้ โดยหารู้ไม่ว่า มันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ...

.....จระเข้น้ำเค็มกินคนขนาดยักษ์ !!!

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โกเมค (Gomek The Crocodile)

.....บทความเกี่ยวกับจระเข้คราวก่อนได้นำเสนอเรื่องของ กุสตาฟ จระเข้ยักษ์แห่งบุรุนดี ไปแล้ว แต่ก็ยังเรื่องราวของจระเข้ยักษ์อีกตัวครับที่น่าสนใจ และมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน แต่คงไม่โหดและเป็นตำนานเท่ากุสตาฟในเรื่องการสังหารจำนวนเหยื่อที่เป็นที่โจษจันกัน สำหรับเจ้าจระเข้ตัวนี้ชื่อว่า โกเมค (Gomek) ครับ เราลองมาดูตำนานของเจ้าโกเมคกัน

10 อันดับสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก

......พบกันอีกเช่นเคยครับ กับบทความมีสาระบ้าง ไม่มีบ้าง ปนๆ กันไปครับ สำหรับบทความคราวนี้จะนำเสนอเรื่องของสัตว์มีพิษ 10 ชนิดครับ ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ บ้างก็ใช้พิษเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากนักล่า บ้างก็มีพิษเอาไว้เพื่อล่าเสียเอง ในทางวิชาการนั้น มีการนำพิษมาใช้กับหนูทดลอง เพื่อให้ได้ค่าดัชนีความร้ายแรงของพิษว่ามีถึงระดับใด วิธีนี้เรียกว่า Median Lethal Dose โดยใช้การป้อนไปเข้าไปในร่างกายของหนูทดลองหรือการให้สัมผัสโดยตรง แล้วดูเทียบปริมาณที่ใช้ไปกับแต่ละตัวอย่างทดลอง ก็จะได้ดัชนีนี้ออกมาครับ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ครับ แต่วิธีทดลองนี้ก็ไม่ได้ครอบคลุมไปทั้งหมด เพราะพิษแต่ละชนิดนั้นอาจจะออกอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของพิษ เอาละครับไม่เกริ่นยืดยาวละ เรามาดูผู้เข้ารอบในแต่ละอันดับเลยครับ

อันดับ 10 ปลาปักเป้า (Puffer Fish)
.....พูดถึงปลาปักเป้าแล้ว คิดว่าส่วนใหญ่ทุกคนก็คงจะเคยเห็หรืออาจจะเคยซื้อมาเลี้ยงจากจตุจักรตัวละ 5-10 บาท ตัวมันพองๆ กลมบ็อก ดูแล้วน่ารักดี แต่ไม่ใช่ชนิดที่เราจล่าวถึงครับ ปลาปักเป้านั้นแท้จริงแล้วมันไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกับรูปร่างของมัน หากแท้จริงแล้วมันเป็นปลากินเนื้อหรือปลาล่าเหยื่อตัวฉกาจเลยครับ บางชนิดชอบกินปลาเล็ก บางชนิดชอบสัตว์เปลือกแข็ง อย่างหอยหรือปูตัวเล็กๆ ก็มีครับ ปลาปักเป้านั้นมีทั้งชนิดที่ไม่มีพิษและชนิดที่มีพิษครับ สำหรับชนิดที่มีพิษนั้น พิษของมันไม่ได้อยู่ที่อวัยวะโจมตีภายนอกครับ หากแต่พิษนั้นอยู่ส่วนใต้เนื้อของมันเอง เป็นกลไกธรรมชาติที่เอาไว้ป้องกันจากสัตว์นักล่าที่อยู่ในห่วงอาหารที่สูงกว่า ถ้ากินมันเข้าไปละก็ จอดลูกเดียวครับ กฎแห่งการวิวัฒนาการก็เลยต้องมอบพิษให้มัน เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว จากสัตว์นักล่านั่นเองครับ

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ฉลามขาวยักษ์ (The Great White Shark)


.....บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ ฉลามขาวยักษ์ (The Great White Shark) กันครับ ฉลามที่เป็นอันตรายที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จักกันมาทีเดียวครับ และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเล ขอขยายความอีกหน่อยครับ ปลาฉลามที่ตัวใหญ่ที่สุดในท้องทะเลในเวลานี้ ต้องยกตำแหน่งให้ ฉลามวาฬ ครับ แต่ถ้าหากเป็นปลานักล่าเหยื่อแล้วละก็ ฉลามขาวยักษ์เป็นก็ผู้ครอบครองตำแหน่งนี้ไป ในอดีตนั้น โดยปกติแล้ว ขนาดของเจ้าฉลามขาวยักษ์ที่มีการจับกันมาได้นั้น จะยาวประมาณ 4-5 เมตร จากหัวถึงปลายหาง น้ำหนักก็ประมาณ 1.2 – 1.7 ตันครับ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีการจับฉลามขาวยักษ์ที่มีขนาด 6.1 เมตรกว่า หนักถึง 2.8 ตัน ได้

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

6 อันดับสัตว์ร่างกายโปร่งแสง

.....กลับมาเจอกับบทความจัดอันดับสัตว์กันอีกแล้วครับ ช่วงนี้ทำบทความแบบนี้ค่อนข้างบ่อย แต่ก็น่าสนใจ สำหรับคราวนี้จะนำเสนอเรื่อง 6 อันดับสัตว์ที่มีร่างกายโปร่งแสงครับ ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ จะมีสัตว์ชนิดไหนบ้างนั้น เรามาติดตามดูกันครับ

อันที่ 1 กบแก้ว (Glass Frog)

.....เจ้ากบอ๊บ อ๊บ โปร่งแสงตัวนี้ อาศัยอยู่ในถิ่นแถบอเมริกาใต้ มีด้วยกันอยู่หลายชนิด ก็ตามชื่อมันนั่นแหละครับ ที่ได้ชื่อว่ากบแก้ว ก็มาจากร่างกายที่โปร่งใสจนสามารถมองทะลุไปเห็นตับไตไส้พุงของมันนั่นเอง เจ้ากบตัวนี้มีขนาดลำตัวประมาณ 3 – 8 เซนติเมตร ตัวเล็กจ้อยเลยว่างั้น ลำตัวออกสีเขียวแก่ไปจนถึงเขียวอ่อน แต่ก็ใสจนสามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน อาหารของมันก็ได้แก่สัตว์หรือแมลงที่ตัวเล็กกว่า แม้กระทั่งกบเล็กหรือลูกมันเอง ก็กินหมดครับ โหดไม่ใช่เล่น 

ใสจนเห็นตับไตไส้พุงกันเลยทีเดียว
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...