Ads by Adyim

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

Funny Photo : Click 3 - The Eggs

พบกันภาพน่ารัก ดูแล้วอมยิ้มกันอีกครั้งครับกับ ตอนที่ 3 แล้ว ตอนนี้ชื่อว่า The Eggs รวมไข่ขำขัน เป็นภาพที่เอาบรรดาไข่มาเพ้นท์หรือแต่งกันให้ดูออกมาแนวตลก ก็ดูกันพอเพลินๆ ครับ บางภาพก็สร้างสรรค์ น่ารักดี บางภาพออกแนวโหดเล็กน้อย เชิญรับชมกันได้เลยครับเปิดมาภาพแรกกับไข่ลายสตอร์ม ทรูปเปอร์

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Secrets of The Moon : AP 20 : The story comes to an end (3)

ครับ เรามาถึงบทสรุปของเรื่องราวโครงการอพอลโล 20 จากที่ได้นำเสนอเรื่องราวแบบคัดย่อไปแล้วนั้น ท้ายที่สุดแล้วโครงการนี้ ทางนาซ่าได้ดำเนินการมาอย่างลับๆ ในปี 1979 จริงหรือ มีการค้นพบเศษซากยานอวกาศยักษ์ เมืองโบราณ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากต่างดาว เก็บกู้และนำกลับมาวิจัยยังโลกของเราจริงหรือไม่ ตอนนี้เราได้คำตอบแล้วครับ….ซึ่งก็คือ

เรื่องราวของโครงการอพอลโล 20 นั้นเป็นเรื่องหลอกลวง (Hoax) ครับ

ทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้อาจจะเกิดอาการเซ็งเล็กน้อยว่า ผมเอาเรื่องหลอกลวงมาให้อ่านกันทำไม อิอิ คืออยากให้อ่านกันไว้เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ ครับ มีหลายคนที่เชื่อกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง (ใจจริงผมเองก็อยากให้มันเป็นเรื่องจริงเหมือนกัน เสียดาย) ครับ เรามาว่ากันต่อ อันที่จริงแล้ว จุดเริ่มต้นของเรื่องราวลวงโลกนี้ เริ่มมาจากภาพถ่ายจากยานลูนาร์ออร์บิท (Lunar Orbit) ที่บังเอิญถ่ายรูปหลุมเครเตอร์เดลพอร์ท บริเวณอิซแส็ค (Delporte Izsak) บนดวงจันทร์ บังเอิญรูปร่างมันไปคล้ายกับซิการ์เข้า ทำให้เอามาเป็นเรื่องจานบินทรงซิการ์ซะเลย และ วิลเลี่ยม รัทเล็ดจ์ (William Rutledge) นั้น เป็นชื่อหลอกๆ รวมทั้งนักบินอวกาศรัสเซีย อเล็กซี่ เลโอนอฟ (Alexei Leonov) กับ เลโอนา ชไนเดอร์ (Leona Snyder) สองคนนี้ ก็ไม่มีตัวตนอยู่จริงครับ อพอลโล 20 เป็นเรื่องที่อุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้ โดยมาจากเจ้าของ Username ว่า “retiredafb” ที่นำคลิปวิดิโอมาลงใน Youtube บรรดานักขี้สงสัย (Skeptics) และนักวิจัย รวมไปถึงมือาชีพทางด้านรูปถ่ายและกล้องวิดีโอทั้งหลายตามสืบกันให้จ้าละหวั่นว่าหมอนี่เป็นใคร

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Secrets of The Moon : AP 20 : Ancient Alien Spacecraft (2)

ย้อนไปเมื่อปี 2007 ได้มีผู้ปล่อยคลิปที่อ้างว่า เป็นการปฏิบัติภารกิจของโครงการอพอลโล 20 ไปทั่วทางอินเตอร์เน็ต Youtube ก็เป็นหนึ่งในแหล่งคลิปวิดิโอที่ว่า โดยจากชายที่ใช้ชื่อ (username) ว่า “retiredafb” หรือในนาม วิลเลี่ยม รัทเล็ดจ์ (William Rutlegde) ตามหมอนี่ได้กล่าวอ้างว่า เขาคืออดีตผู้ที่ได้ปฏิบัติในภารกิจของอพอลโล 20 เมื่อปี ..1976 โดยเป็นความร่วมมือกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียอีก 2 คน คือ อเล็กซี่ เลโอนอฟ (Alexei Leonov) และ เลโอนา สไนเดอร์ (Leona Snyder) ที่ร่วมกันปฏิบัติการเก็บข้อมูลตัวอย่างจากยานอวกาศยักษ์ลำนั้น และภารกิจสำรวจด้านมืดของดวงจันทร์ (Far side of the Moon) หลังจากที่ William เกษียณแล้ว เขาจึงได้นำความลับที่เก็บไว้กว่า30 ปี ปรากฏสู่สาธารณชนครับ โดยคลิปที่ว่านั้นมีรายละเอียดประมาณนี้ครับ เศษซากยานอวกาศยักษ์ ซากเมืองโบราณ ร่างมนุษย์ต่างดาว รายละเอียดแผนการปฏิบัติงานของโครงการอพอลโล 20 และอันท้ายเด็ดที่สุดครับ คือมนุษย์อวกาศในคลิปที่อ้างว่าคือตัวของ William เอง
จากการสำรวจครั้งนั้นพบ ยานอวกาศขนาดยักษ์จอดอยู่ในหลุมเครเตอร์ ลักษณะเป็นทรงซิการ์ ส่วนขนาดนั้นเรียกได้ว่ามหึมาเลยทีเดียว มีการประมาณการกันว่าความสูงของเจ้ายานนี้วัดจากใต้ท้องเรือถึงส่วนบนนั้นมีความยาวประมาณ 500 เมตรนั้น และยาวกว่า 3,300 เมตร หรือ 3 กิโลกว่าๆ !! เลยทีเดียว โดยจากภายนอกนั้นสามารถมองเห็นสะพานเรือ หรือห้องบังคับการที่อยู่ด้านบนได้อย่างชัดเจนเลยหรือลองดูจากรูปก็ได้ครับ น่าสนใจดีทีเดียว หลังจากการประมาณอายุของมันแล้ว นับได้กว่า 1.5 ล้านปีแน่ะครับ อะไรจะเก่าแก่ขนาดนั้น

Secrets of The Moon : AP 20 : Apollo 20 Program (1)

มาอัพเดตเรื่องราวใหม่ๆ กับ ซีรี่ยส์ใหม่อีกครั้งกับ Secrets of The Moon หรือเรื่องเร้นลับของดวงจันทร์ คราวนี้จะพามารับชมกันถึงเรื่องการสำรวจดวงจันทร์ของโครงการอพอลโล 20 ซึ่งโครงการนี้ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลระบบปกติของนาซ่าครับ เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีรายชื่อของโครงการนี้อยู่นั้นเพราะว่าโครงการนี้ลับสุดยอดและถูกปกปิดมานานกว่า 30 ปี เรามาติดตามกันดูครับว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง

การสำรวจอวกาศนั้นมีการปฏิบัติภารกิจกันอยู่หลายองค์กร หลายประเทศอยู่ครับ หลักๆ ที่เรารู้จักเลยก็คือ นาซ่า
(NASA) หรือองค์กรบริหารการบินและอวกาศ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อเดือนกรกฏาคม ปี ..1958 มีพันธกิจคือโครงการวิจัยบุกเบิกด้านอวกาศ นาซ่านั้นปฏิบัติภารกิจโครงการสำรวจและวิจัยด้านอวกาศมาอย่างต่อเนื่องยาว นานครับ ทั้งส่งมนุษย์ สัตว์และยานสำรวจขึ้นไปยังอวกาศ ยานโครจรรอบดวงดาวต่างๆ และอื่นอีกมากมาย แต่ผลงานภารกิจของนาซ่าที่เป็นที่จดจำและโด่งดังไปทั่วโลก ก็เห็นจะเป็นภารกิจของนาซ่าสำหรับโครงการลงจอดบนดวงจันทร์ (Lunar landing) ของโครงการ อพอลโล 11 (Apollo 11) ครับ ที่ส่ง นีล อาร์มสตรองและเอ็ดวิน บัซ อัลดรินลงไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ (แต่ไมเคิล คอลลินส์ไม่ได้ลงไปเดินด้วยนะครับ) ในวันที่ 20 กรกฏาคม และกลับสู่โลกเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ปี ค..1969 ครับ โดยมีประโยคอันเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้ครับกับ One small step for a man, one giant leap for a mankind หรือ "นี่เป็นก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ" ก็เป็นประโยคที่ นีล อาร์มสตรองกล่าวเอาไว้เมื่อตอนที่เขาเหยียบลงบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Funny Photo : Click 2 - Extreme Scrabbles

อัพเดตบทความกันใหม่ พบกันอีกครั้งกับซีรียส์ Funny Photo มาถึง Click 2 แล้ว คราวนี้เป็นภาพสนุกๆ เกี่ยวกับการเล่นเกมแสคร็บเบิล ในสถานที่ต่างๆ กัน เช่นเคยครับ ภาพเหล่านี้ได้มาจากอินเตอร์เน็ต ก็ต้องขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ สำหรับตอนนี้ชื่อว่า เกมแสคร็บเบิลสุดขีด (Extreme Scrabbles) สำหรับเกมแสคร็บเบิลนี้นั้น เป็นเกมยอดฮิตของฝรั่งเขาครับ มีวิธีการเล่นก็คือ จะมีกระดานและตัวอักษรภาษาอังกฤษที่จะต้องนำมาประกอบให้เป็นคำศัพท์ ซึ่งจะได้คะแนนแตกต่างกันไปตามตัวอักษรหรือช่องคะตะแนนพิเศษ ว่าไปก็คล้ายเกมต่ออักษรหรือครอสเวิดด์นั่นแหละครับ ส่วนแคร็บเบิลครั้งนี้ จะสุดยอด สุดเหวี่ยง สุดขีดขนาดไหน เรามารับชมกันเลยครับที่ทุ่งหญ้าซาวันน่า แสคร็บเบิลก็ยังสนุกได้เสมอ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

Ooparts Chapter 3 : Acambaro Figures

มาถึงตอนที่ 3 กับซีรียส์เรื่อง โอพาร์ทส์ (Ooparts) เรื่องเล่าคราวนี้จะพาไปพบกับเรื่องแปลกอีกเช่นเคยครับ เป็นเรื่องราวของรูปปั้นประหลาดที่ขุดค้นพบจากเมืองอะคัมบาโร ที่ประเทศเม็กซิโก โน่นแน่ะครับ ที่ว่าแปลกนี่ก็เพราะว่ามันเป็นรูปปั้นของไดโนเสาร์น่ะซิครับ จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มีอยู่ว่าในปี ค..1945 นักโบราณคดีชาวเยอรมัน วาลเดอมาร์ จัลสรุด (Waldermar Julsrud) ได้ประกาศถึงการค้นพบรูปปั้นดินเผาที่มีลักษณะเป็นสัตว์หลายชนิด บ้างก็เป็นสัตว์ที่ไม่เคยเห็นหรือไม่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่รูปปั้นส่วนใหญ่แล้วจะดูคล้ายกับไดโนเสาร์ ซึ่งถูกฝังอยู่ในหุบเขาเอลโทโร (El Toro) โดยชาวนาท้องถิ่นเป็นคนบอกแก่เขาว่าที่หุบเขานี้ นั้นมีของโบราณฝังอยู่ วาลเดอมาร์ ได้จ้างให้พวกนี้ขุดมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมาได้ นับรวมแล้วได้กว่า 30,000 ชิ้น ในตอนนั้นมีการประมาณอายุกันว่ามันมีอายุถึง 2,000 กว่าปี อย่างที่ทราบกันดีกว่าไดโนเสาร์นั้นสูญพันธุ์ไปประมาณ 65 ล้านปีมาแล้ว และมนุษย์นั้นเพิ่งจะมารู้จักกับไดโนเสาร์ก็เมื่อ 200 กว่าปีมานี่เองครับ แล้วจะมีรูปปั้นเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร หรือมีไดโนเสาร์รอดเหลือมาจนถึงยุคสมัยนั้น จนมีคนเห็นแล้วเอามาปั้นได้แบบนี้ ฟังดูให้จินตนาการดีจังเลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

Funny Photo : Click 1 - The Last Picture

.....อัพเดตบทความกันอีกครั้งครับ คราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าหรือเรื่องลึกลับอะไรที่ไหนครับ แต่เป็นรูปตลกๆ ขำๆ บ้างไม่ขำบ้าง ดูเพื่อความบันเทิงแล้วกันนะครับ อ้อ ภาพเหล่านี้ก็ได้รวบรวมมาจากหลายเวบครับ จากอินเตอร์เน็ตเช่นเคย ภาพจริงบ้าง ภาพแต่งจาก Photoshop บ้าง ขำๆ กันไป ก็ต้องขออนุญาตต่อเจ้าของภาพที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร นำมาเผยแพร่ต่อใน Blog นี้ เป็นชุดซีรียส์ชื่อว่า Funny Photo ครับ สำหรับตอนแรกนี้ หรือ “Click 1” นั้นชื่อว่า ภาพสุดท้าย” (The Last Picture) จะมีความหมายว่ายังไงนั้น เชิญรับชมกันได้เลยครับ.....สงสัยนักปั่นคนนี้คงไปไม่ถึงเส้นชัยซะแล้ว......

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

รูปปั้นเทพเจ้าอียิปต์บนดาวอังคาร (Egyptian Statue on Mars)

.....เรื่องเล่าคราวนี้จะนำไปไกลถึงดาวอังคารครับ เกี่ยวกับความลึกลับอีกอย่างหนึ่งบนดาวแดง โดยยานสำรวจของนาซ่าได้ทำการถ่ายภาพตามภารกิจบนดาวอังคารและได้ถ่ายภาพติดวัตถุปริศนาได้ออกมาหลายภาพ โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาพของเรื่องเล่าคราวนี้ครับ ถ่ายได้จากบริเวณหน้าผาที่ทางนาซ่าเรียกว่า เซนต์วิคตอเรีย (St.Victoria) ใกล้กับวิคตอเรียเครเตอร์ (เครเตอร์ก็คือหลุมที่เกิดจากการชนด้วยอุกกาบาตครับ) ซึ่งก็คือภาพ (ที่ดูเหมือน) รูปสลักเทพเจ้าอียิปต์โบราณติดอยู่ภายในภาพ หรือดังที่แสดงด้านล่างนี่เลยครับ ภาพนี้สามารถตามไปดูแบบรายละเอียดสูงได้จากเวบทางการของนาซ่า ที่นี่เลยครับ

.....http://photojournal.jpl.nasa.gov/jpeg/PIA10210.jpg...นี่แหละครับ หน้าผาเซนต์วิคตอเรีย เห็นอะไรมั๊ยครับ ?? ถ้ายัง ลองซูมเข้าไปอีกหน่อย

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

Ooparts Chapter 2 : Antikythera Machine

....มาตอนกันตอนที่ 2 ครับ สำหรับเรื่องราวของวัตถุเหนือกาลเวลาหรือ Ooparts นั่นเองครับ คราวนี้เรามารับชมเรื่องราวของเครื่องจักรกลแอนติคีเธร่า (Antikythera Machine) กันดู เจ้าเครื่องจักรกลที่ว่านี้นั้นถูกค้นพบเมื่อปี ค..1900 จากซากเรือขนสินค้าที่อัปปางก้นทะเล ทางเหนือของเกาะแอนติคีเธร่า (Antikythera Island) ใกล้กับเกาะครีต (Crete Island) ประเทศกรีก ซึ่งตั้งชื่อเจ้าเครื่องจักรกลนี้ตามสถานที่ค้นพบในภายหลัง ผู้ที่พบก็คือชาวกรีก อีเลียส สตาดิแอทอส (Elias Stadiatos) ครับ มีการประมาณการณ์กันว่าเจ้าเครื่องจักรกลนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 150 ปีก่อนคริสต์กาล ตอนที่มีการค้นพบก็ไม่มีใครสนใจครับ ว่าเศษซากของเจ้าเครื่องจักรพิศวงอันนี้มีคุณค่าอย่างไร เพราะว่าสมบัติที่จมอยู่กับซากเรืออัปปางจมนั้นดูมีค่ากว่า เศษซากของเฟืองเกียร์ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยนับสิบชิ้น กระจัดกระจายอยู่เป็นเพียงส่วนที่มีการเก็บกู้ขึ้นมาด้วยเท่านั้น จนกระทั่งมีผู้สนใจและนำมันไปศึกษาในภายหลังจาก ถึงรู้ครับว่าเจ้าเครื่องกลชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพียงใด
ซึ่งก็พบว่า รูปแบบกลไกการทำงานมันช่างคล้ายกับวงจรของนาฬิกาในยุคปัจจุบันนี่เสียเหลือเกินครับ และได้ข้อสรุปที่ดูน่าเป็นไปได้ที่สุดสำหรับเจ้าเครื่องจักรกลนี้ ก็คือมันน่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่อนำมาใช้งานการคำนวณทางด้านดาราศาสตร์สำหรับนักเดินเรือนั่นเองครับ และว่ากันว่ามันอาจจะเป็นเครื่องจักรกลคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมาเลยทีเดียวครับ .....กลไกการทำงานของเจ้าเครื่องจักรกลนี้นั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อนครับ เพราะประกอบไปด้วยฟันเฟืองหรือเกียร์ขนาดต่างๆ กว่า 70 ชิ้น โดยจะมีข้อต่ออยู่ 3 อัน คือที่ข้างหน้าและด้านข้างอีก 2 อัน เพื่อหมุนกำหนดวันที่และเวลา และตามจักรราศี โดยใช้ตามปฏิทินของกรีกโบราณ ผลที่ได้ก็คือมันสามารถที่จะบอก เวลาการเคลื่อนที่ของดวงดาว น้ำขึ้นและน้ำลงได้ครับ โดยอ้างอิงจากตำแหน่งการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ซึ่งแม่นยำค่อนข้างมากครับ โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง 1 วันต่อ 4 ปีเท่านั้น นับเป็นความแม่นยำที่น่าสนใจดีทีเดียวครับ สำหรับความรู้ทางด้านเทคโนโลยีของคนสมัยก่อน

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

Ooparts Chapter 1 : Baghdad Battery

.....ตอนนี้มาคุยกันเรื่อง Ooparts (Out of place artifacts) ดีกว่าครับ หรือ โอพาร์ทส นั่นเอง โดย Ooparts นั้นเป็นคำที่ใช้เรียกวัตถุหรือสิ่งของที่หลงยุคหลงสมัยในทางโบราณคดีหรือไม่น่ามีขึ้นได้ในทางประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยถ้าเรียงลำดับตามช่วงเวลาและความรู้ทางด้านเทคโนโลยีตามยุคสมัยแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถสร้างขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Ooparts หลายๆ ชิ้นได้พิสูจน์เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าไม่ได้เก่าแก่หรือน่าพิศวงอย่างที่เคยเชื่อกัน แต่เป็นเพียงแค่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันไปเองหรือเป็นเพียงแค่ของที่ทำขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่ก็มีอีกหลายชิ้นที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดครับว่า เป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ คำว่า Ooparts นี้ถูกตั้งขึ้นโดยนักสัตววิทยาและธรรมชาติชาวอเมริกัน ไอแวน ที แซนเดอร์สัน (Ivan T Sanderson) ครับ
.....ลองมาดูตัวอย่าง
Ooparts กันครับ ประเดิมชิ้นแรกด้วย แบตเตอรี่จากแบกแดด (Baghdad Battery) หรือแบตเตอร์รี่พาร์เธี่ยน(Parthian Battery) นั้นถูกค้นพบเมื่อปี ค..1936 ที่หมู่บ้านคธูจัตราบู ใกล้เมืองแบกแดดประเทศอิรัก จากการตรวจสอบแล้วพบว่า แบตเตอร์รี่นี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงยุคเมโสโปเตเมีย ช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...